สายการบินสหรัฐเริ่มเลย์ออฟ หลังรัฐยังไม่ต่อโครงการช่วย

สายการบินสหรัฐเริ่มเลย์ออฟ หลังรัฐยังไม่ต่อโครงการช่วย

“อเมริกัน แอร์ไลน์ส” และ “ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส” ซึ่งเป็นสายการบินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ทยอยเลิกจ้างพนักงานรวมกันมากกว่า 32,000 คน หลัง “ยังไม่มีความคืบหน้า” เกี่ยวกับการต่ออายุโครงการช่วยเหลือจากภาครัฐ ที่รอบแรกหมดอายุเมื่อสิ้นเดือนก.ย. ที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ว่าอเมริกัน แอร์ไลน์ส และยูไนเต็ด แอร์ไลน์ส ซึ่งเป็นสายการบินใหญ่อันดับ 1 และ 2 ของสหรัฐ ทยอยปลดพนักงานมากกว่า 19,000 คน และ 13,000 คนตามลำดับ หลังภาครัฐ “ไม่มีความชัดเจน” เกี่ยวกับต่ออายุโครงการ “แคร์ส” ซึ่งเป็นความช่วยเหลือด้านการเงิน เพื่อรักษาสภาพคล่องให้กับอุตสาหกรรมการบินพาณิชย์ภายในประเทศ ในการฝ่าฟันวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 ครบกำหนด 6 เดือน เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา
 
ทั้งนี้ สายการบินพาณิชย์ในสหรัฐรวมตัวกันยื่นหนังสือต่อทำเนียบขาวและสภาคองเกรส ขอให้มีการพิจารณาอนุมัติงบประมาณช่วยเหลืออีกอย่างน้อย 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 709,187.50 ล้านบาท ) ครอบคลุมระยะเวลาอีก 6 เดือนเท่ากับครั้งแรก โดยสายการบินทุกแห่งจะยังคงปฏิบัติตามเงื่อนไขเดิม คือการไม่ปลดพนักงาน และจัดตั้งโครงการสมัครใจออกจากงาน หรือให้เกษียณอายุก่อนกำหนด
 
ขณะที่เดลตา แอร์ไลน์ส ประกาศชะลอแผนการเลิกจ้างนักบินเกือบ 2,000 คน ออกไปจนถึงวันที่ 1 พ.ย. นี้ “เป็นอย่างน้อย” โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้สหภาพแรงงานนักบินคัดเลือกคณะผู้แทนกลุ่มใหม่ ในการหารือร่วมกับผู้บริหาร
 
ด้านนายสตีฟ มนูชิน รมว.กระทรวงการคลัง และนางแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ต่างยืนยันว่ากำลังพยายามอย่างสุดความสามารถ เพื่อบรรลุข้อตกลงร่วมกันให้ได้ “โดยเร็วที่สุด” แต่ต่างฝ่ายต่างยอมรับว่า ยังมีความเห็นแตกต่างกันในหลายประเด็น